ในโอกาสที่รัฐบาลและคณะสงฆ์ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนทุกภาคส่วนได้ร่วมกันจัดกิจกรรมถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในโอกาสแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าครบ ๒๖๐๐ ปี โดยกำหนดจัดกิจกรรมหลัก ๓ ด้าน ประกอบด้วย กิจกรรมด้านปฏิบัติบูชาและการมีส่วนร่วมของประชาชน กิจกรรมด้านวิชาการเน้นการประชุมทางวิชาการเกี่ยวกับพุทธประวัติ หลักธรรมคำสอน และกิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม ทั้งนี้ ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานในการประสานข้อมูลการจัดกิจกรรม เพื่อการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยได้เสนอรูปแบบ ธงสัญลักษณ์ธงเฉลิมฉลอง เพื่อเผยแพร่ให้คณะสงฆ์ หน่วยงานราชการ และพุทธศาสนิกชนทั่วไปได้ใช้ประดับตกแต่ง ณ สถานที่ราชการ วัด และเคหสถาน โดยมีรูปแบบพร้อมความหมายธงสัญลักษณ์
ดังนี้.-
รูปแบบขนาดธงเท่ากับขนาดธงธรรมจักรทั่วไป พื้นธงสีเหลือง มีรูปใบโพธิ์รอบธรรมจักร ในวงธรรมจักรเป็นสีธงฉัพพรรณรังสี รูปธรรมจักรมีซี่ ๑๒ ซี่ หมายถึง ญาณ ๓ ในอริยสัจ ๔ ชื่องานภาษาไทยด้านล่างใบโพธิ์ ส่วนชื่องานภาษาอังกฤษอยู่รอบวงธรรมจักร
การใช้ธงประดับในต่างประเทศหรือสถานที่ระดับสากล สามารถสลับที่ระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้
ความหมายใบโพธิ์ หมายถึง การตรัสรู้แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า
สีเขียวแห่งใบโพธิ์ หมายถึง ความเจริญงอกงามไพบูลย์แห่งพระธรรม
ธรรมจักรกลางผืนธงฉัพพรรณรังสี หมายถึง หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
กนกลายไทยชูช่อฟ้า หมายถึง ผืนแผ่นดินไทยรุ่งเรืองด้วยอารยธรรม ชนชาติไทยได้เชิดชูพระธรรมคำสั่งสอนให้อำนวยประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ และจะดำรงอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทย ระยะเวลาการประดับธงตั้งแต่หลังวันมาฆบูชา จนถึงสิ้นปี ๒๕๕๕
อนึ่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล) รองประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ได้กล่าวถึงการมีผู้ให้ความเห็นว่าในโอกาสฉลองพุทธชยันตี ควรจัดสร้างพุทธศาสนสถานและพระพุทธรูปปางพุทธเมตตา (ลักษณะต้นแบบจาก พุทธคยา) จำนวน ๙ องค์ โดยใช้พื้นที่สาธารณะสำหรับการกราบไหว้และจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ถือเป็นสัญลักษณ์ของการจัดกิจกรรม และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสทรงพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในโอกาสทรงพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา นายบัญชา พงษ์พานิช เลขานุการมูลนิธิ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ กล่าวว่า ทางมูลนิธิร่วมกับองค์กรภาคเอกชนจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น การฉายภาพยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา การแสดงดนตรีที่สยามพารากอน โดยมิได้
ขอรับงบประมาณจากภาครัฐ ซึ่งได้ให้หน่วยงานต่าง ๆ นำเป็นแบบอย่าง การจัดกิจกรรมกำหนดให้พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐมเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกิจกรรมในการฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.buddhajayanti.net , www.พุทธชยันตี.net
เรียบเรียงโดย พรรณี ตั้งใจสถาปัตย์