กลับขึ้นด้านบน

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
 
วิสาขบูชาโลกในประเทศไทย
องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันวิสาขบูชา วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาแห่งสากลโลก ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๒ โดยให้เหตุผลว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ยิ่งให้ความเมตตาต่อมวลมนุษย์คือ เป็นผู้เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนาได้ องค์การสหประชาชาติจึงมีมติให้จัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เพื่อเผยแพร่หลักธรรม ตลอดจนรักษาประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชนโลกโดยจัดให้มีการประชุมพุทธศาสนิกชนทั่วโลก พร้อมกิจกรรมฉลองทั่วโลก และในคราวประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ ที่ประชุมมีมติให้จัดพิธีฉลองวันวิสาขบูชาโลกขึ้นในประเทศไทย โดยให้พุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาโลก ทั้งนี้ เพื่อให้ส่วนราชการทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรทางพระพุทธศาสนาได้ร่วมใจกันจัดงานวันวิสาขบูชาพร้อมกันทั่วประเทศ ในอันที่จะเผยแพร่หลักธรรมให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งแก่พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
ในวันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ นี้ถือเป็นวันสำคัญยิ่งเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวันครบรอบ ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า กรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมการศาสนา ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ดำเนินการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชาโลก ประจำปี ๒๕๕๕ ฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ระหว่างวันที่ ๒๙ พฤษภาคม – ๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๗.๐๐ น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด "งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี ๒๕๕๕"
วันวิสาขบูชา
ความสำคัญ
วิสาขบูชา คือ การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖) อันเป็นวันสำคัญที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จดับขันธปรินิพพาน เหตุการณ์ทั้งสามนี้เกิดขึ้นต่างคราวกันแต่เวียนมาบรรจบครบในวันเพ็ญเดือนวิสาขะของแต่ละรอบ
ประสูติ
พระพุทธเจ้า มีพระนามว่า เจ้าชายสิทธัตถะ เป็นพระราชโอรสของพระนางสิริมหามายาเทวี และพระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์ศากยะ ราชวงศ์โคตมโคตร แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ประสูติ ณ สวนลุมพินีวัน อยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ แคว้นสักกะ (ปัจจุบันอยู่ในเมืองลุมมินเด ประเทศเนปาล) ในเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี
ตรัสรู้
เมื่อพระชนมายุได้ ๒๙ พรรษา พระองค์ทรงเบื่อหน่ายชีวิตทางโลก เมื่อทอดพระเนตรพบความจริงคือ การเกิด แก่ เจ็บ และตาย จึงเสด็จออกผนวช และทรงบำเพ็ญเพียรด้วยวิธรต่างๆ เพื่อค้าหาหนทางดับทุกข์จนได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ (ปัจจุบันอยู่ในเมืองพุทธคยา แคว้นพิหาร ประเทศอินเดีย) ในเช้ามืดของวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี หลังจากตรัสรู้แล้วพระองค์ทรงบำเพ็ญพุทธกิจโปรดผู้ควรแนะนำสั่งสอนให้ได้บรรลุมรรคผลจนนับไม่ถ้วน
ปรินิพพาน
ภายหลังที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้ว พระองค์ทรงบำเพ็ญพุทธกิจเสด็จจาริกเทศนาเผยแพร่พระพุทธศาสนา โดยมิได้เห็นแก่ความเหนื่อยยาก ทรงตั้งพระธรรมวินัยไว้เป็นหลักพระศาสนา เป็นศาสดาแทนพระองค์ ด้วยทรงรู้ล่วงหน้าถึงวันสิ้นพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพาน ในวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมืองกุสีนคระ แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย) สิริรวมพระชนมายุ ๘๐ พรรษา